วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555


ใกล้จะเปิดเทอมกันแล้ว น้องๆ คงต้องเริ่มปรับเวลากันใหม่ ปิดเทอมไปนานนอนดึกตื่นสายกันจนชิน พอถึงเวลาที่จะต้องนอนเร็วตื่นเช้าก็เลยดูเหมือนจะทำให้หลายๆ คนยังปรับตัวไม่ได้ ช่วงวันแรกๆ ของการเปิดเทอมจึงมีน้องๆ หลายคนเกิดอาการ "ตื่นสาย" รีบอาบน้ำแต่งตัวและออกจากบ้านไปโรงเรียนโดยที่ไม่ได้รับประทานอาหารเช้า
รู้ไว้เลยนะคะว่าพฤติกรรมแบบนี้นี่ล่ะค่ะ ที่กำลังจะเป็นบ่อเกิดแห่งอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ โดยที่ตัวเราเองอาจไม่รู้ตัว... ในวิชาสุขศึกษาคุณครูสอนเรามาตั้งแต่เด็กว่า อาหารเช้าเป็นมื้ออาหารที่สำคัญที่สุดของแต่ละวัน


 การไม่รับประทานอาหารเช้า (ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ) จึงเป็นปัจจัยพื้นฐานที่จะทำให้เราเกิดอาการเจ็บป่วยที่เรามองข้ามไป เรามักจะคิดว่าการไม่รับประทานข้าวเช้านั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่ปฏิบัติอยู่เป็นประจำไม่เห็นจะเป็นอะไร
 

ย้อนกลับไปที่คำสอนของคุณครู เค้าก็บอกอยู่แล้วว่าอาหารมื้อเช้าไปมื้อที่สำคัญที่สุด เพราะนาฬิกาชีวิตของมนุษย์ทุกคนถูกต้องไว้แล้วว่า เราจะต้องการอาหารเช้าในช่วงเวลา 07.00 - 09.00 น. ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าช่วงเวลานี้สมองของคนเราต้องการเลือดและออกซิเจนเป็นอาหารบำรุง
ถ้าไม่รับประทานอาหารเช้าก็จะไม่มีเลือดมารับออกซิเจนส่งขึ้นไปเลี้ยงสมอง
     และถ้าหากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอหรือส่งไปได้น้อยแล้วล่ะก็ เราก็จะเริ่มมีอาการ... ผมร่วง หน้าแก่เร็ว คออักเสบง่าย นอนไม่ค่อยหลับ นอนไม่เต็มอิ่ม ตื่นกลางดึกบ่อยๆ ฝันบ่อย ปวดไหล่ ปวดหลัง ปวดเข่า ปวดศีรษะ ปวดหู ปวดกระบอกตา ปวดข้อเท้า กระดูกสะโพกจะเคลื่อนได้ง่าย เหงือกบวม เจ็บคอ เจ็บลิ้น เป็นไซนัส หรือ วิตกกังวล และอีกสารพัดอาการผิดปกติมากมายซึ่งอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นทีละเล็กทีละน้อย โดยที่เราเองก็อาจไม่รู้ตัว จนสุดท้ายทุกๆ อาการก็จะเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน และหากปล่อยทิ้งไว้นานๆ อาการผิดปกติเหล่านี้อาจเป็นที่มาของอาการสมองเสื่อมต่อไปในอนาคตก็ได้นะคะ 

10 ของใช้ใกล้ตัวที่สกปรกที่สุด

 ถ้าหากจะพูดถึงสิ่งสกปรกที่อยู่รอบๆ ตัวเรา หรือพูดถึงสถานที่ที่สกปรกเต็มไปด้วยเชื้อโรค ส่วนใหญ่แล้วสิ่งที่เรานึกถึงคงไม่พ้นลูกบิดประตูในห้องน้ำ หรือราวจับบนรถประจำทาง ซึ่งก็ไม่ผิดหรอกค่ะ สิ่งของพวกนั้นมันก็มีเชื้อโรคแฝงอยู่จริงๆ นั่นแหละ แต่พี่เหมี่ยวจะบอกให้นะคะว่าจริงๆ แล้วเชื้อโรคและความสกปรกอยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด บางทีก็แฝงอยู่กับของใช้ส่วนตัวที่เราใช้อยู่เป็นประจำทุกวันก็ได้ ...


     ไม่เชื่อก็ลองมาดู "10 ของใช้ใกล้ตัวที่สกปรกที่สุด" ดูแล้สิคะ ... อ่านแล้วจะสยอง -..-*





>> ฟองน้ำล้างจาน
     ด้วยวัสดุและรูป ลักษณ์ของมันที่เต็มไปด้วยรูพรุนที่สามารถใหน้ำ อากาศ ออกซิเจน เศษอาหารเข้าไปอาศัยอยู่ จึงเป็นแหล่งชุมชนแออัดของเหล่าเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี แล้วคิดดูสิคะว่า ฟองน้ำที่เราใช้ล้างจานอยู่ที่บ้านทุกวันนั้นจะสกปรกแค่ไหน (-*-) ... อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ เราสามารถทำความสะอาดฟองน้ำให้ปราศจากเชื้อโรคได้โดยวิธีง่ายๆ คือ เอาไปต้มหรือให้ความร้อนผ่านไมโครเวฟซัก 60 วินาที แค่นี้ก็จัดการกับเชื้อโรคตัวร้ายได้แล้วล่ะ


>> อ่างล้างจาน
     เชื่อรึเปล่าคะว่า บริเวณอ่างล้างจานในบ้านเรา
 แต่ละตารางนิ้วนั้นมีเชื้อโรคอาศัยอยู่ถึง 500,000 ตัว OMG!!!
 ตายแล้วน่ากลัวมากๆ ... วิธีทำความสะอาดขจัดคราบที่คู่ควรกับตัวเลขห้าแสนนี้
 ก็คือ ใช้โซดาไฟหรือน้ำส้มสายชูราดทำความสะอาดมันซะ แล้วตามด้วยน้ำเปล่าตามไปอีกที

>> อ่างอาบน้ำ
     คิดไม่ถึงล่ะสิว่า ที่นี่จะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคเหมือนกัน ก็แหม คิดดูสิคะ ถ้าเราแช่น้ำในอ่างทุกวันคราบความสกปรกจากร่างกายเราก็ไปติดอยู่ที่อ่างมาก มาย และถ้าเราไม่หมั่นทำความสะอาดล่ะก็ รับรองได้เลยค่ะว่าอ่างอาบน้ำของเราจะเป็นฟาร์มเพราะพันธุ์เชื้อโรคชั้นดี เลยทีเดียว ... วิธีที่ดีที่สุดคือ ควรทำความสะอาดมันสัปดาห์ละครั้งเป็นอย่างน้อยนะคะ


>> รีโมททีวี
     กดกันได้กดกันดี เป็นอุปกรณ์ประจำบ้านที่กดกันทั้งครอบครัว แต่เชื่อเถอะค่ะว่า กว่า 90% เรามักจะไม่ได้ทำความสะอาดมันทั้งๆ ที่เราออกจะหยิบสอยใช้มันออกจะบ่อย ทำความสะอาดบ้านครั้งหน้าก็อย่าลืมหยิบรีโมทไปเช็ดถูกันบ้างนะคะ 


>> ตะกร้าช้อปปิ้ง
     เป็นสิ่งของที่ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน ไม่ว่าจะเป็น ของสด ของแห้งจากตลาด หรือความสกปรกจากพื้นเวลาที่เราวางตระกร้า สาระพัดสาระเพเชื้อโรคจากทั่วทุกสารทิศก็มารวมกันอยู่ที่ตระกร้าใส่ของที่เราใช้อยู่ทุกวันนี่ล่ะค่ะ -*-


>> ฝาที่นั่งชักโครก
     ฝาชักโครกที่บ้านเราอาจจะสะอาด(ประมาณนึง) เพราะเราทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ แต่ฝาชักโครกสาธารณะตามสถานที่ต่างๆ นี่สิคะน่ากลัวเป็นที่สุด โดยมีรายงานระบุว่า ทุกตารางนิ้วบนฝานั่งชักโครกมีเชื้อโรคอาศัยอยู่ถึง 295 ตัว -*-


>> โทรศัพท์มือถือ
     เดี๋ยวหยิบมาโทรคุย เดี๋ยวหยิบมาดูหนังฟังเพลง เดี๋ยวหยิบมาเล่นเกมส์ ... เชื่อไหมคะว่าโทรศัพท์มือถือที่เราใช้กันอยู่ประจำในชีวิตประจำวันนั้น เพียบพร้อมไปด้วยปัจจัยความเจริญของเชื้อโรค ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิอุ่นๆ เหมือนร่างกายมนุษย์ที่เชื้อโรคชอบ พร้อมซอกซอยร่องหลืบง่ายต่อการกบดานหลบหนี และยังเต็มไปด้วยโภชนาการและอาหารจากน้ำลายและขี้ไคลมนุษย์(แหวะ!!) แค่คิดก็สยองแล้วล่ะค่ะ





>> คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์
กินข้าว กินขนม แต่งหน้า หวีผม หรือบางคนก็เม้าท์พ่นไฟแชทหน้าเวบแคม รู้รึเปล่าคะว่าคีย์บอร์ดนั้นเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดีเลยทีเดียวล่ะค่ะ โดยเฉพาะเศษอาหาร ผิวหนัง เหงื่อไคลต่างๆ ที่ผู้ใช้คอมทำตกลงไปในคีย์บอร์ด -*- ซึ่งหลายคนก็ไม่ค่อยสนใจหรอกค่ะ เพราะว่าส่วนใหญ่ความสกปรกต่างๆ มันจะตกลงไปในร่องคีย์บอร์ด ทำให้ยากต่อการมองเห็นว่าสกปรกและยากต่อการทำความสะอาด ทำให้ไม่มีใครสนใจจะทำความสะอาดกันเท่าไหร่นัก จึงทำให้คีย์บอร์ดกลายเป็นแหล่งหมักหมมเพาะพันธุ์เชื้อโรคชั้นดี รายงานระบุว่าคีย์บอร์ดที่ได้รับการสำรวจนั้นสกปรกกว่าฝานั่งชักโครกถึง 40 เท่าเลยทีเดียว OMG!!!!


>> สวิตช์เปิด
จะบอกให้นะคะว่าเชื้อโรคมักจะไปสะสมอยู่ตามปุ่มสวิทปิดเปิดไฟที่ต้องกดกันอยู่ทุกวัน ผู้เชี่ยวชาญเผยว่าทุกๆ ตารางนิ้วบนสวิตช์ไฟที่เราเอานิ้วไปโดน เชื้อโรคสามารถย้ายสำมโนครัวตามติดมือไปได้ถึง 217 ตัวเลยล่ะค่ะ





>> เงิน ได้แก่ ธนบัตร เหรียญ
     มีเงินเรียกน้อง มีทองเรียกพี่ แต่มีเชื้อโรคอยู่แบบนี้เขาเรียกว่า หายนะ ค่ะ!!! ... แบงค์ที่เราหยิบจ่ายซื้อของกันอยู่ทุกวันนี้ มีเชื้อโรคอยู่ประมาณ 135,000 ตัว และพวกเราทุกคนก็มีโอกาสที่จะได้รับเชื้อโรคนั้นกันอยู่ทุกครั้งที่จับแบงค์ ตายแล้ว แล้วแบบนี้จะทำยังไงกันล่ะคะ T^T


     ... เชื้อโรคร้ายใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิดจริงๆ ด้วยล่ะค่ะ แบบนี้เราคงจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของความสะอาดมากขึ้นแล้ว ทางที่ดีไปไหนมาไหนพกเจลล้างมือติดกระเป๋าไว้ ไปจับไปสัมผัสอะไรถ้าไม่แน่ใจเรื่องความสะอาดก็จัดการล้างมือฆ่าเชื้อไว้ก่อน วิธีนี่ก็น่าจะช่วยได้นะคะ
http://www.dek-d.com/content/lifestyle/27558/10-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94.php

10 ความเชื่อทางการแพทย์ผิด ๆ ที่ควรรู้

อันดับ  10  การ ตากฝน โดนอาการเย็น เช็ดตัวไม่แห้ง นอนตากพัดลม
 
 
ไม่ได้เป็นสาเหตุของหวัด แต่มาจากการรับ virus จากสาเหตุอื่นมากกว่า
 
 
อันดับ  9  อาหาร Low fat
 
 
เกือบทุกชนิดจะมี cal สูง เพราะมี carbohydrate สูงแทน ไม่เชื่อดูฉลากสิ
 
 
 
อันดับ  8  ไม่ มีการลดน้ำหนักเฉพาะส่วนได้จริง 
 
 
เพราะพลังงานที่เราใช้ต้องมาจาก เลือดไม่ได้มาจากเนื้อเยื่อในบริเวณที่ออก กำลัง และทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิดไปว่าการ sit up ช่วยลดหน้าท้องได้แต่ จริงๆ การวิ่งยังจะลดได้มากเสียกว่า
 
 
อันดับ  7  การ เข้าน้ำเกลือแล้วจะมีแรง
 
 
ชาวบ้านโดยเฉพาะภาคอีสาน ชอบคิดว่า การเข้าน้ำเกลือ จะช่วยให้มีกำลังวังชาขึ้นมา ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด แต่ถูกนำไปใช้หลอกโดยกลุ่มหมอเถื่อน ไปตามหมู่บ้านชนบท แล้วไปแทงน้ำเกลือให้ คิดตังค์ ยิ่งน้ำเกลือที่มีสีเหลือง ชาวบ้านยิ่งชอบ คิดว่าเป็นการให้ยา จริงๆแล้ว ผสม Vit B ลงไป .... สรุป การเข้าน้ำเกลือไม่ได้ช่วยให้มีกำลังวังชาขึ้นมาแต่อย่างใด ถ้าคนไข้กินได้ควรให้กินก่อน การทำหัตถการที่invasive เช่นการแทง iv เอาไว้ทีหลัง
 
 
อันดับ  6  บาด แผลที่เกิดจากการถลอก  (แผลถลอก)
 
 
ทำแผลครั้งเดียวก็พอ เพราะ แผลก็จะแห้ง พอแผลแห้งก็ไม่ต้องทำแผลอีก ไม่มีประโยชน์อันใด
 
 
อันดับ  5  เวลา เจอคนชักให้เอาช้อนงัดปาก
 
 
บางคนก็เอารองเท้ายัด ที่ถูกคือไม่ให้เอาอะไรงัดทั้งสิ้น คนชักปกติจะไม่กัดลิ้นตัวเอง ยิ่งเอาอะไรใส่เข้าไปในปากจะยิ่งกัด ถ้าเอาช้อนงัด ผลที่ได้คือฟันหักเรียบ 
 
 
อันดับ  4  หลาย คน เชื่อว่า เวลาเริ่มจะมีอาการไม่สบายต้องรีบกินยาแก้อักเสบ
 
 
ซึ่งยาแก้อักเสบที่พูดถึงนั้นก็ คือ ยาปฏิชีวนะ หรือ ยาฆ่าเชื้อ นั่นเอง ไม่รู้ว่า แก้อักเสบตรงไหน เวลาที่เริ่มไม่สบาย เช่น ไอ เจ็บคอ ช่วงแรกนั้น เชื่อว่าเกิดจาก viral infection เพราะฉะนั้น การกินยา แก้อักเสบ Amoxycillin จึงไม่ได้ประโยชน์อะไร จะบอกว่าเป็น Bacterial infection ก็ต่อเมื่อ มีคอแดง เจ็บคอมาก กลืนแล้วเจ็บ ไข้สูง มีอาการดังกล่าว แล้ว ค่อยเริ่มกิน
 
 
อันดับ  3  หลาย คนเชื่อว่า หากไม่ได้นอน แล้วสามารถ นอนทดแทนได้
 
 
ซึ่งจริงๆแล้ว การนอนไม่สามารถนอนทดแทนได้ เช่น ปกติต้องนอนคืนละ 8 ชั่วโมง แล้ว เมื่อคืนนอนได้ 3 ชั่วโมง หายไป 5 ชั่วโมง เพราะฉะนั้น ต้องนอนทดแทนให้ครบ 8 ก่อน หรือไม่ก็ ต้อง ทดในคืนต่อไป เป็น 13 ชั่วโมง จึงจะนอน อิ่ม ไม่จริงค่ะ การได้งีบหลับแค่ 10 นาทีก็ทำให้สดชื่นได้แล้ว...
 
 
 
อันดับ  2  มี ความเชื่อว่าการกินไข่ขาว ทำให้แผลหายช้า (เป็นแผลเป็นด้วย)
 
 
จริงๆแล้ว ช่วยให้แผลหายได้เร็ว เพราะมี albumin เป็นโปรตีนช่วยสร้างเสริมเนื้อเยื่อ ต่างหาก 
 
 
 
อันดับ  1 การ ปฐมพยาบาลผุ้ป่วยกินกรด เบส
 
 
ไม่ควรทำให้อาเจียน เพราะ จะเป้นการทำให้ กรดเบส เหล่านั้น ย้อนขึ้นมา ทำลายอวัยวะอื่นๆอีกได้ ให้รีบนำส่ง โรงพยาบาล

สร้างโลกส่วนตัวด้วยเสียงเพลง


สร้างโลกส่วนตัวด้วยเสียงเพลง
ผลการศึกษาชิ้นใหม่พบวิธีที่ช่วยให้คุณเดินทางไปทำงานตอนเช้าได้อย่างผ่อนคลายมากขึ้น ทีมที่ทำการศึกษาจากมหาวิทยาลัยลอนดอนพบว่า การใส่หูฟังเครื่องเล่น MP3 บนรถสาธารณะที่แน่นขนัดจะทำให้คุณจำกัดวงพื้นที่ส่วนตัวให้เหลือแคบลง ผู้เข้าร่วมการศึกษาถูกขอให้ฟังเพลงที่ชอบ และให้คะแนนว่าพวกเขาจะยอมให้คนแปลกหน้าเข้าใกล้ได้มากขนาดไหนถึงจะเริ่มรู้สึกอึดอัด
        ผลก็คือ คนที่ฟังเพลงจะยอมให้คนแปลกหน้าเข้าใกล้ได้มากกว่าคนที่ไม่ได้ฟัง เหตุผลอาจเป็นเพราะเสียงเพลงทำให้เกิดอารมณ์ด้านบวกนั่นเอง

BEET ROOT: THE BEST LIFE



BEET ROOT: THE BEST LIFE
Last Update 2012-01-09
  
           ถ้าคุณคุ้นเคยกับพวกผักผลไม้ออร์แกนิกเป็นอย่างดี คุณคงเห็นหน้าตาบีตรูต หัวกลมๆ สีม่วงตามซูเปอร์มาร์เก็ตไฮโซกันมาบ้าง และครั้งต่อไปที่เจอเจ้าผักหัวม่วงนี้ ให้รีบคว้าติดตะกร้ากลับบ้านมาด่วน เพราะมันช่วยเพิ่มสมรรถภาพร่างกายให้คุณได้ทั้งในตอนเล่นกีฬาและเล่นผีผ้าห่มบนเตียง
           งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเอกเซเตอร์พบว่า น้ำบีตรูตช่วยเพิ่มความทนทานของร่างกายได้ 16 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต้องยกความดีให้ไนเตรทในบีตรูตที่ช่วยลดการใช้ออกซิเจน คุณจึงเหนื่อยน้อยลงเวลาออกกำลังกาย การดื่มน้ำบีตรูต 300 มล. ก่อนลงวิ่งจะทำให้สปีดคุณดีขึ้น 2 เปอร์เซ็นต์อีกด้วย
           นอกจากนี้ยังเคยมีผลการศึกษาฉบับเก่าๆ ที่แสดงให้เห็นว่าผักชนิดนี้ช่วยลดความดันโลหิต เพิ่มแรงขับทางเพศ และทำให้เจ้าโลกของคุณแข็งปั๋งกว่าเดิม อย่างหลังนี้คุณฟังแล้วอดใจไม่อยู่เลยล่ะสิแต่ข้อเสียของมันก็คือ รสชาติที่ไม่น่าพิศวาสเอาเสียเลย

เจ้าแห่งน้ำผลไม้ มะเขือเทศ


เจ้าแห่งน้ำผลไม้
Last Update 2012-01-09
      
          ถ้าคุณชอบมะเขือเทศ เราขอแนะนำว่าควรบริโภคในรูปน้ำมะเขือเทศดีกว่า นักวิจัยรู้กันมาหลายปีดีดักแล้วว่า การนำมะเขือเทศไปผ่านการแปรรูปจะเพิ่มพลังของสารไลโคปีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากได้
          แต่ถ้าจะให้ผลที่ดีกว่านั้น ให้ดื่มน้ำมะเขือเทศแบบออร์แกนิก เพราะผลการศึกษาจากสเปนเมื่อปี 2011 พบว่า น้ำมะเขือเทศออร์แกนิกมีโพลีฟีนอลที่ช่วยต่อสู้กับเชื้อโรคมากกว่าน้ำมะเขือเทศปกติ 23 เปอร์เซ็นต์ นักวิจัยบอกว่ามะเขือเทศที่ปลูกโดยใช้ยาฆ่าแมลงอาจสูญเสียกลไกป้องกันตามธรรมชาติ ซึ่งมีโพลีฟีนอลเป็นองค์ประกอบสำคัญอยู่

ชาร์ตสารต้านอนุมูลอิสระ

 



ชาร์ตสารต้านอนุมูลอิสระ
Last Update 2012-02-02
        สารต้านอนุมูลอิสระช่วยคุณเลี่ยงอาการเจ็บป่วยบางอย่างได้ แต่คุณคงอยากรู้ต่ออีกว่าแล้วอาหารอะไรที่มีสารพวกนี้สูงสุด ค่า Oxygen Radical Absorbance Capacity (ORAC) เป็นการวัดประสิทธิภาพของสารต้านอนุมูลอิสระ ดังนั้นจึงเป็นดัชนีชี้วัดที่บอกคุณได้ว่าอาหารชนิดไหนที่คุณต้องการ

ไวลด์บลูเบอร์รี ORAC 13,727
ศูนย์ระบบหลอดเลือดหัวใจในมหาวิทยาลัยมิชิแกนบอกว่า มันช่วยลดไขมันในกระเพาะได้ด้วย แต่ที่กินบนชีสเค้กนี่ไม่นับนะครับ

ถั่วแดง ORAC 13,259
ผลการศึกษาใน Journal of the American Medical Association พบว่า เส้นใยในถั่วแดงช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ อย่างนี้พริกก็หนาวน่ะสิ
แครนเบอร์รี ORAC 8,983
ผลการศึกษาใน Oral Microbiology and Immunology บอกว่า มันช่วยป้องกันฟันผุได้ด้วย แต่ไม่ได้แปลว่ากินแล้วไม่ต้องแปรงฟันนะ

สตรอว์เบอร์รี ORAC 5,983
มีวิตามินซีสูง และผลวิจัยใน Nutritional Journal ยืนยันว่ามันช่วยลดอาการหวัดได้ สวยทั้งรูป แถมจูบยังหอมอีกต่างหาก

พีแคน ORAC 5,095
การกินถั่วพีแคนช่วยชะลอการเสื่อมของประสาทสั่งการจากอายุที่เพิ่มขึ้น นี่เป็นข้อมูลจากงานวิจัยของศูนย์ประสาทชีววิทยาระดับเซลล์*

ถั่วดำ ORAC 4,181
ถั่วดำมีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) ต่ำจึงช่วยควบคุมน้ำหนักได้ ผลวิจัยใน New England Journal of Medicine ยืนยันอย่างนั้น