วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555
อัลบั้มภาพ
..................................................................
.................................................................
วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2555
10 อันดับสัตว์มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก
ในโลกนี้มีสัตว์หลายประเภททั้งที่ดูน่ารัก สวยงาม แต่ก็มีสัตว์อีกประเภทที่มีพิษร้ายแรง วันนี้ผมขอนำทุกท่านให้รู้จักกับ 10 สุดยอดสัตว์ที่มีพิษที่สุดในโลกมาให้รู้จักกันครับ เผื่อท่านใดเกิดไปเที่ยวแล้วเจอเข้าก็จะได้รู้ทันป้องกันไว้ก่อนครับ
อันดับที่ 10 Puffer Fish ปลาปักเป้า
ปลา ปักเป้า คือสัตว์มีพิษที่มีคนนิยมบริโภคมาก โดยเฉพาะในแถบประเทศญี่ปุ่น (ปลาปักเป้าภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ฟูกุ) และเกาหลี (ในส่วนของภาษาเกาหลีจะเรียกว่า บ๊อค ฮัง) โดนเนื้อปลาปักเป้านั้น จริงๆแล้ว ไม่ได้มีพิษ แต่ส่วนที่มีพิษก็คือพวกผิวหนังและเครื่องในของปลาปักเป้า แต่พิษเหล่านี้มักจะซึมเข้าไปในเนื้อตอนแล่ พ่อครัวที่จะแล่ปลาปักเป้าต้องมีใบอนุญาติกันเลย ถ้าหากกินพิษของปลาปักเป้าไป อาจจะทำให้เสียชีวิตได้ในทันที
อันดับที่ 9 Poison Dart Frog กบลูกดอก

กบ ลูกดอกสีน้ำเงินนั้นเป็นสัตว์ ที่อยู่ในป่าฝนในทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้ เป็นกบที่มีสีสันสวยงามแต่พิษของมันร้ายแรงมาก พิษของกบลูกดอก 1 ตัว สามารถฆ่าคนได้ถึง 10 คนและหนูถึง 20,000 ตัว พิษของมันเพียง 5 ไมโครกรัม (เท่ากับปลายเข็ม) ก็สามารถฆ่าคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดใหญ่ๆได้ พิษของมันถูกนำมาใช้ ในลูกดอกอาบยาพิษของอินเดียแดง มันจึงถูกเรียกว่ากบลูกดอก
อันดับที่ 8 Inland Taipan งูไทปันโพ้นทะเล

งูไทปันถูกพบได้มากในทวีป ออสเตรเลีย เป็นงูที่มีพิษร้ายแรงมาก พิษที่มันปล่อยออกมาจากการกัดหนึ่งครั้ง สามารถฆ่าคนได้ถึง 100 คน หรือหนู 250,000 ตัว พิษของมันสามารถฆ่ฤาคนได้ภายใน 45 นาที แต่อย่างไรก็ตาม งูไทปันเป็นงูที่ค่อนข้างขี้อาย ไม่เคยมีการบันทึกว่ามีคนตายจากพิษของมัน
อันดับที่ 7 The Brazillian Wandering Spider แมงมุมบราซิล

แมงมุม บราซิลหรือแมงมุมกล้วย ได้รับการบันทึกลงในกินเนสเวิลด์เรคคอรด์ว่าเป็นแมงมุมที่มีพิษร้ายแรงที่ สุดในโลก พิษของมันมีพิษทำลายประสาท พวกมันจะอันตรายอย่างมากเพราะโดยนิสัยของมันแล้วมันชอบแอบอยู่ตามรองเท้า ตู้เสื้อผ้า แม้กระทั่งในรถยนต์ พิษของมันถ้าโดนกัดนอกจากจะทำให้เจ็บปวดอย่างมากแล้ว มันจะทำให้อวัยวะเพศของเราควบคุมไม่ได้ และถ้ารอดตายจากการโดนมันกัด มันก็จะทำให้เราเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
อันดับที่ 6 Stonefish ปลาหิน

ถ้า แข่งกันในเรื่องของความสวย งามแล้ว ปลาหิน ท่าทางจะแพ้อย่างขาดลอย แต่ถ้าแข่งกันเรื่องความรุนแรงของพิษแล้วละก็ เจ้าปลาหินไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน มันได้ชื่อว่าเป็นปลาที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก พิษของปลาหินนี้จะอยู่ในหนามของตัวมันเอง มีคนบอกว่า ถ้าคุณโดนมันแทงเข้าละก็ คุณจะได้ลิ้มรสความเจ็บปวดเท่าที่มนุษย์จะเจ็บได้เลยทีเดียว นอกจากจะเจ็บสุดๆแล้ว มันจะทำให้คุณเป็นอัมพาต แล้วก็ตายได้ในที่สุด
อันดับที่ 5 Death Stalker Scorpion แมงป่องเดธท์ สตอล์คเกอร์

แมงป่องโดยทั่วไปนั้น ถึงแม้ว่าจะโดนกัด พิษของมันก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรมนุษย์ได้มากนัก อาจจะเจ็บปวดนิดหน่อย แต่?มันไม่ใช่สำหรับแมงป่องพันธุ์เดธท์ สตอล์คเกอร์เลย เพราะพิษของมันสามารถทำลายระบบ ประสาทได้ ถ้าคุณโดนมันกัด คุณจะปวดอย่างมหาศาล จากนั้นจะตามมาด้วยอาการไข้ขึ้น เป็นอัมพาต และตายในที่สุด แต่ถึงแม้พิษมันจะร้ายแรงมาก แต่มันก็ไม่สามารถฆ่ามนุษย์ที่เป็นผู้ใหญ่ได้ แต่ว่ามันจะเป็นอันตรายต่อ เด็ก ทารก คนแก่ อย่างมาก ถึงแม้ว่ามันไม่สามารถที่จะฆ่าผู้ใหญ่ได้ แต่มันก็ทำให้เป็นอัมพาตได้นะ
อันดับที่ 4 Blue-Ringed Octopus ปลาหมึกแหวนน้ำเงิน

ปลา หมึกแหวนน้ำเงินนั้นมีขนาด ที่เล็กมาก ขนาดประมาณลูกกอลฟ์เท่านั้นเอง แต่ขนาดไม่ใช่ปัญหาสำหรับความรุนแรงของพิษมันเลย เพราะพิษมันสามารถฆ่าคนได้ภายในไม่กี่นาที และที่สำคัญ มันยังไม่มียาแก้พิษ =.= ถ้าโดน ปลาหมึกแหวนน้ำเงินกัดละก็ คุณจะไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรมากหรอก แต่ว่าพิษมันจะเริ่มทำลายระบบประสาทของคุณ หลังจากนั้นคุณจะรู้สึกอ่อนแอและคุณก็จะเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ ระบบการหายใจจะเริ่มล้มเหลว หลังจากนั้น ก็ตายในที่สุด
อันดับที่ 3 Marbled Cone Snail หอยเต้าปูนลายหินอ่อน

หอย เต้าปูนตัวเล็กๆ สีสันสวยงาม แต่!!! พิษของมันน่ะเหรอ เพียงแค่หยดเดียว สามารถฆ่าคนได้ถึง 20 คน ถ้าคุณเล่นน้ำที่ทะเลที่มันค่อนข้างอุ่นๆแล้วเห็นเจ้าตัวนี้อยู่ อย่าคิดที่จะหยิบมันมาเล่นเลย แค่ดูมันอยู่ห่างๆก็พอแล้ว เพราะถ้าคุณโดนพิษมันเล่นงานละก็ คุณจะปวด หลังจากนั้นก็จะเริ่มบวม ระบบการหายใจเริ่มล้มเหลว ร่างกายจะคันหยุกหยิก เป็นอัมพาต แล้วก็ตายในที่สุด แต่ยังไงก็ตาม มีรายงานว่ามีแค่ 30 คนเท่านั้นที่ตายเพราะหอยเต้าปูน
อันดับที่ 2 งูจงอาง

งู จงอางหรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ ว่า Ophiophagus hannah เป็นงูพิษที่มีลำตัวยาวที่สุดในโลก ด้วยขนาดโตสุดที่ 5.6 เมตร งูจงอางนั้น เรารู้กันว่าอาหารโปรดของมันก็คือ งู !!! นั่นหมายความว่ามันกินสัตว์ตระกูลเดียวกัน และเพียงแค่โดนมันกัดเพียงครั้งเดียว ก็ทำให้คนตายได้อย่างง่ายๆ และพิษของมันนั้น สามารถฆ่าช้างที่โตเต็มวัยได้เพียงแค่ 3 ชั่วโมง ในส่วนประกอบของมันแตกต่างกับพิษงูโดยทั่วไป ที่สำคัญมันพบได้ทั่วไปในทวีปเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และในประเทศไทย
อันดับที่ 1 Box Jellyfish แมงกระพรุนกล่อง

และ แล้วแมงกระพรุนกล่องก็ได้ เป็นแชมป์สัตว์ที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก รายงานว่ามันฆ่าคนไปแล้ว 5,567 คน พิษของมันนั้นจะไปทำลาย หัวใจ ระบบประสาท ผิวหนัง และที่สำคัญ ถ้าโดนพิษมันจะเจ็บปวดอย่างที่สุด ส่วนใหญ่คนที่โดนพิษมันนั้นจะช็อค และหัวใจล้มเหลวก่อนที่จะกลับเข้าถึงฝั่ง แต่ถ้าคุณโดนพิษมันก็ยังมีโอกาสที่จะรอดอยู่นั่นคือ ต้องรีบเอาน้ำส้มสายชู มาล้างอย่างน้อย 30 วินาที เพราะมันจะทำลายพิษของแมงกระพรุนกล่องก่อนที่มันจะเข้าไปสู่กระแสเลือด
อันดับที่ 10 Puffer Fish ปลาปักเป้า
ปลา ปักเป้า คือสัตว์มีพิษที่มีคนนิยมบริโภคมาก โดยเฉพาะในแถบประเทศญี่ปุ่น (ปลาปักเป้าภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ฟูกุ) และเกาหลี (ในส่วนของภาษาเกาหลีจะเรียกว่า บ๊อค ฮัง) โดนเนื้อปลาปักเป้านั้น จริงๆแล้ว ไม่ได้มีพิษ แต่ส่วนที่มีพิษก็คือพวกผิวหนังและเครื่องในของปลาปักเป้า แต่พิษเหล่านี้มักจะซึมเข้าไปในเนื้อตอนแล่ พ่อครัวที่จะแล่ปลาปักเป้าต้องมีใบอนุญาติกันเลย ถ้าหากกินพิษของปลาปักเป้าไป อาจจะทำให้เสียชีวิตได้ในทันที
อันดับที่ 9 Poison Dart Frog กบลูกดอก
กบ ลูกดอกสีน้ำเงินนั้นเป็นสัตว์ ที่อยู่ในป่าฝนในทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้ เป็นกบที่มีสีสันสวยงามแต่พิษของมันร้ายแรงมาก พิษของกบลูกดอก 1 ตัว สามารถฆ่าคนได้ถึง 10 คนและหนูถึง 20,000 ตัว พิษของมันเพียง 5 ไมโครกรัม (เท่ากับปลายเข็ม) ก็สามารถฆ่าคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดใหญ่ๆได้ พิษของมันถูกนำมาใช้ ในลูกดอกอาบยาพิษของอินเดียแดง มันจึงถูกเรียกว่ากบลูกดอก
อันดับที่ 8 Inland Taipan งูไทปันโพ้นทะเล
งูไทปันถูกพบได้มากในทวีป ออสเตรเลีย เป็นงูที่มีพิษร้ายแรงมาก พิษที่มันปล่อยออกมาจากการกัดหนึ่งครั้ง สามารถฆ่าคนได้ถึง 100 คน หรือหนู 250,000 ตัว พิษของมันสามารถฆ่ฤาคนได้ภายใน 45 นาที แต่อย่างไรก็ตาม งูไทปันเป็นงูที่ค่อนข้างขี้อาย ไม่เคยมีการบันทึกว่ามีคนตายจากพิษของมัน
อันดับที่ 7 The Brazillian Wandering Spider แมงมุมบราซิล
แมงมุม บราซิลหรือแมงมุมกล้วย ได้รับการบันทึกลงในกินเนสเวิลด์เรคคอรด์ว่าเป็นแมงมุมที่มีพิษร้ายแรงที่ สุดในโลก พิษของมันมีพิษทำลายประสาท พวกมันจะอันตรายอย่างมากเพราะโดยนิสัยของมันแล้วมันชอบแอบอยู่ตามรองเท้า ตู้เสื้อผ้า แม้กระทั่งในรถยนต์ พิษของมันถ้าโดนกัดนอกจากจะทำให้เจ็บปวดอย่างมากแล้ว มันจะทำให้อวัยวะเพศของเราควบคุมไม่ได้ และถ้ารอดตายจากการโดนมันกัด มันก็จะทำให้เราเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
อันดับที่ 6 Stonefish ปลาหิน
ถ้า แข่งกันในเรื่องของความสวย งามแล้ว ปลาหิน ท่าทางจะแพ้อย่างขาดลอย แต่ถ้าแข่งกันเรื่องความรุนแรงของพิษแล้วละก็ เจ้าปลาหินไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน มันได้ชื่อว่าเป็นปลาที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก พิษของปลาหินนี้จะอยู่ในหนามของตัวมันเอง มีคนบอกว่า ถ้าคุณโดนมันแทงเข้าละก็ คุณจะได้ลิ้มรสความเจ็บปวดเท่าที่มนุษย์จะเจ็บได้เลยทีเดียว นอกจากจะเจ็บสุดๆแล้ว มันจะทำให้คุณเป็นอัมพาต แล้วก็ตายได้ในที่สุด
อันดับที่ 5 Death Stalker Scorpion แมงป่องเดธท์ สตอล์คเกอร์
แมงป่องโดยทั่วไปนั้น ถึงแม้ว่าจะโดนกัด พิษของมันก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรมนุษย์ได้มากนัก อาจจะเจ็บปวดนิดหน่อย แต่?มันไม่ใช่สำหรับแมงป่องพันธุ์เดธท์ สตอล์คเกอร์เลย เพราะพิษของมันสามารถทำลายระบบ ประสาทได้ ถ้าคุณโดนมันกัด คุณจะปวดอย่างมหาศาล จากนั้นจะตามมาด้วยอาการไข้ขึ้น เป็นอัมพาต และตายในที่สุด แต่ถึงแม้พิษมันจะร้ายแรงมาก แต่มันก็ไม่สามารถฆ่ามนุษย์ที่เป็นผู้ใหญ่ได้ แต่ว่ามันจะเป็นอันตรายต่อ เด็ก ทารก คนแก่ อย่างมาก ถึงแม้ว่ามันไม่สามารถที่จะฆ่าผู้ใหญ่ได้ แต่มันก็ทำให้เป็นอัมพาตได้นะ
อันดับที่ 4 Blue-Ringed Octopus ปลาหมึกแหวนน้ำเงิน
ปลา หมึกแหวนน้ำเงินนั้นมีขนาด ที่เล็กมาก ขนาดประมาณลูกกอลฟ์เท่านั้นเอง แต่ขนาดไม่ใช่ปัญหาสำหรับความรุนแรงของพิษมันเลย เพราะพิษมันสามารถฆ่าคนได้ภายในไม่กี่นาที และที่สำคัญ มันยังไม่มียาแก้พิษ =.= ถ้าโดน ปลาหมึกแหวนน้ำเงินกัดละก็ คุณจะไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรมากหรอก แต่ว่าพิษมันจะเริ่มทำลายระบบประสาทของคุณ หลังจากนั้นคุณจะรู้สึกอ่อนแอและคุณก็จะเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ ระบบการหายใจจะเริ่มล้มเหลว หลังจากนั้น ก็ตายในที่สุด
อันดับที่ 3 Marbled Cone Snail หอยเต้าปูนลายหินอ่อน
หอย เต้าปูนตัวเล็กๆ สีสันสวยงาม แต่!!! พิษของมันน่ะเหรอ เพียงแค่หยดเดียว สามารถฆ่าคนได้ถึง 20 คน ถ้าคุณเล่นน้ำที่ทะเลที่มันค่อนข้างอุ่นๆแล้วเห็นเจ้าตัวนี้อยู่ อย่าคิดที่จะหยิบมันมาเล่นเลย แค่ดูมันอยู่ห่างๆก็พอแล้ว เพราะถ้าคุณโดนพิษมันเล่นงานละก็ คุณจะปวด หลังจากนั้นก็จะเริ่มบวม ระบบการหายใจเริ่มล้มเหลว ร่างกายจะคันหยุกหยิก เป็นอัมพาต แล้วก็ตายในที่สุด แต่ยังไงก็ตาม มีรายงานว่ามีแค่ 30 คนเท่านั้นที่ตายเพราะหอยเต้าปูน
อันดับที่ 2 งูจงอาง
งู จงอางหรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ ว่า Ophiophagus hannah เป็นงูพิษที่มีลำตัวยาวที่สุดในโลก ด้วยขนาดโตสุดที่ 5.6 เมตร งูจงอางนั้น เรารู้กันว่าอาหารโปรดของมันก็คือ งู !!! นั่นหมายความว่ามันกินสัตว์ตระกูลเดียวกัน และเพียงแค่โดนมันกัดเพียงครั้งเดียว ก็ทำให้คนตายได้อย่างง่ายๆ และพิษของมันนั้น สามารถฆ่าช้างที่โตเต็มวัยได้เพียงแค่ 3 ชั่วโมง ในส่วนประกอบของมันแตกต่างกับพิษงูโดยทั่วไป ที่สำคัญมันพบได้ทั่วไปในทวีปเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และในประเทศไทย
อันดับที่ 1 Box Jellyfish แมงกระพรุนกล่อง
และ แล้วแมงกระพรุนกล่องก็ได้ เป็นแชมป์สัตว์ที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก รายงานว่ามันฆ่าคนไปแล้ว 5,567 คน พิษของมันนั้นจะไปทำลาย หัวใจ ระบบประสาท ผิวหนัง และที่สำคัญ ถ้าโดนพิษมันจะเจ็บปวดอย่างที่สุด ส่วนใหญ่คนที่โดนพิษมันนั้นจะช็อค และหัวใจล้มเหลวก่อนที่จะกลับเข้าถึงฝั่ง แต่ถ้าคุณโดนพิษมันก็ยังมีโอกาสที่จะรอดอยู่นั่นคือ ต้องรีบเอาน้ำส้มสายชู มาล้างอย่างน้อย 30 วินาที เพราะมันจะทำลายพิษของแมงกระพรุนกล่องก่อนที่มันจะเข้าไปสู่กระแสเลือด
วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2555
10 เมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในโลก
อันดับ 10 เมือง อิสตันบูล Istanbul ประเทศ ตุรกี
จำนวนนักท่องเที่ยวปี 2009 ประมาณ 6,682,700 คน
แม้อิสตันบูลจะไม่ใช่เมืองหลวงของตุรกีอย่างกรุงอังการา แต่มีความสำคัญทัดเทียมกัน ทั้งในแง่ที่เป็นเมืองใหญ่ที่สุด และเป็นศูนย์กลางความเจริญด้านธุรกิจการค้าและการท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นฉากสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของอนาโตเลีย เพราะอิสตันบูลก็คือกรุงคอนสแตนติโนเปิลอันยิ่งใหญ่นั่นเอง จึงเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่นักท่องเที่ยวหากใครไม่ได้ไปเยือน ก็เหมือนไม่ถึงตุรกี และความแปลกของอิสตันบูลหนึ่งเดียวในโลก คือการเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส และทวีปเอเชีย ฝั่งอนาโตเลีย การได้ไปเยือนเหมือนการอยู่คาบเกี่ยวระหว่าง 2 อารยธรรมที่มีคุณค่า ดั่งอัญมณีของโลก
อันดับ 9 เขตปกครองพิเศษฮ่องกง Hong Kong ประเทศ จีน
จำนวนนักท่องเที่ยวปี 2009 ประมาณ 7,290,400 คน
ฮ่องกงประเทศที่คนไทยนิยมมาเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย รวมไปถึงประชาชนจากทั่วโลกก็นิยมไปเยือนที่นี่เช่นกัน ฮ่องกงมีชื่อเสียงด้านแหล่งช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกบนถนนนาธาน, เสื้อผ้าแบรนด์เนมต่างๆ ราคาแพงลิบลิ่ว,ป่าคอนกรีตหรือตึกระฟ้า, สินค้าอิเลคทรอนิคส์, ของเล่น มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าไปเยี่ยมเยียน ไม่ว่าจะเป็น Hong Kong Disneyland, Ocean Park, The Peak การแสดงแสงสีเสียง Symphony of Light มีวัดศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนนิยมเดินทางมาสักการะขอพร ไม่ว่าจะเป็นพระใหญ่วัดโปลิน พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ทองสำริดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก , เจ้าแม่กวนอิมที่อ่าว Repulse Bay หรือจะเป็น Victoria Peak จุดชมวิวสุง สุดของฮ่องกง มองลงมาจะเห็นโดยรอบเกาะฮ่องกง ซึ่งจะเมืองเห็นป่าคอนกรีตเรียงราย มากมาย ซึ่งฮ่อง เป็น 1-3 เมืองที่มีตึกสูงมากที่สุดในโลก ถ้าใครมาฮ่องกงและไม่มาที่ จุดชมวิวแห่งนี้ เหมือนมาไม่ถึง ฯลฯ ที่สำคัญยังมีอาหารจีนอร่อยๆมากมาย ให้ลองลิ้มชิมรสกันอีกด้วย
อันดับ 8 เมือง Dubai นครดูไบ ประเทศ แห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
จำนวนนักท่องเที่ยวปี 2009 ประมาณ 7,584,500 คน
ดู ไบไม่เหมือนที่ใดในโลก นี่คือศูนย์กลางความหรูหราฟู่ฟ่า ทั่วทั้งเมืองกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งโอกาสและความมั่งคั่งที่พร้อมปะทุขึ้น ทุกเวลา นี่คือเมืองที่โทรศัพท์มือถือฝังเพชรเครื่องละ 10,000 เหรียญ สหรัฐขายดีเป็นเทน้ำเทท่า และนี่เมืองที่ในปีหนึ่งๆ มีผู้คนหลายล้านคนบินเข้ามาเพื่อช็อปปิ้งเพียงอย่างเดียว
อันดับ 7 เมือง Antalya อันตัลยา ประเทศ Turkey ตุรกี
จำนวนนักท่องเที่ยวปี 2009 ประมาณ 8,295,600 คน
แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวกว่า 20 ล้านคน เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศตุรกี ประเทศที่มีอารยธรรมผสมผสานกันระหว่างตะวันออกและตะวันตกหรือยุโรปกับมุสลิม ตุรกีจึงเป็นหนึ่งในสิบอันดับประเทศที่น่าท่องเที่ยวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
อันดับ 6 เมือง Paris ปารีส ประเทศ France ฝรั่งเศส
ปารีส เป็นเมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนแม่น้ำแซน บริเวณตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศส บนใจกลางแคว้น อีล-เดอ-ฟรองซ์ ปารีสได้รับการยกย่องว่าเป็น เมืองหลวงแห่งแฟชั่น มีแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อมากมาย น้ำหอมอันเลืองชื่อ แฟชั่นเสื้อผ้า รองเท้า อันสุดทันสมัย อีกทั้งยังเป็นเมืองที่สวยที่สุดในโลกสำหรับอีกหลายๆ คน หอไอเฟล อันสวยงาม ที่มีชื่อเสียง ที่คนไทยและคนทั่วโลกรู้จักเมืองนี้
จำนวนนักท่องเที่ยวปี 2009 ประมาณ 8,935,000 คน
มาเลเซีย ที่นี่ เอเชีย : Malaysia Truly Asia เพื่อนคงจะเห็นโฆษณานี้มาออกอากาศบ้านเรา กรุงกัวลาลัมเปอร์ เป็นเมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย มีที่ท่องเที่ยวในเมืองหลายที่ ที่น่าสนใจ เริ่มจาก ลานประกาศ เอกราช Independence Square หลังจากที่อังกฤษเคยปกครองมาเลเซียมาอย่างยาวนาน เป็นลานหญ้าสีเขียวขนาดใหญ่ หากจะเทียบกับของประเทศไทย จะคล้ายกับสนามหลวงบ้านเรา และชมอดีต เสาธงที่สูงที่สุดในโลก Union Jack ที่สูงถึง 100 เมตร โดยบริเวณรอบๆนี้ ยังเป็นสถาปัตยกรรมอังกฤษ อย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นตึก อาคาร หอนาฬิกา , วัด จีนเทียนโหว
"มาเลเซีย" อาจไม่ใช่ปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวชาวไทย "กัวลาลัมเปอร์" อาจอยู่ในลำดับกลางๆ ของตารางการช๊อปปิง ไม่สู้เมืองชื่อดังอย่าง ฮ่องกง สิงคโปร์ กรุงเทพ แต่ "เพื่อนบ้าน" แห่งนี้ ก็ถือเป็นหนึ่งใน "มิตร" ที่ดีที่สุดของคนไทยใครไม่เชื่อต้องไป พิสูจน์เอง
อันดับ 4 เมือง Singapore สิงคโปร์ ประเทศ Singapore สิงคโปร์
จำนวนนักท่องเที่ยวปี 2009 ประมาณ 10,115,600 คน
สิงคโปร์ เป็น ประเทศเล็กๆ ที่มีความเจริญ และเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อย การบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัด และใครทำผิดจะได้รับโทษอย่างหนัก แต่ดินแดนแห่งนี้มีผู้คนที่นี่เป็นมิตรดี จะถามทางหรือขอความช่วยเหลือก็ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี ไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยว การเดินทางภายในประเทศมีรถไฟฟ้าครอบคลุมเกือบทั้งประเทศ สะดวกสบายและปลอดภัยมาก ประชากรของสิงคโปร์มีอยู่ประมาณ 4 ล้านคนเป็นคนจีนซะ 77% มาเลเซีย 14% อินเดีย 8% และที่เหลือเป็นลูกครึ่งยุโรปเอเชียและชาติอื่นๆ
อันดับ 3 เมือง กรุงเทพมหานคร Bangkok ประเทศ ไทย Thailand
จำนวนนักท่องเที่ยวปี 2009 ประมาณ 10,209,900 คน
กรุงเทพฯเป็นเมืองที่สามที่มีนักท่องเที่ยวมาเข้าชมมากที่สุด นักท่องเที่ยวหลัก คือ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักรและประเทศ ญี่ปุ่น ในสามปีที่ผ่านมาการท่องเที่ยวไทยได้รับความเดือดร้อนลดลง 6%เนื่องจากความไม่สงบทางการเมืองภายในประเทศที่นำไปสู่การปิดสนามบิน การชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มสีต่างๆ , การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กำหนดเป้าหมายตลาดแหล่งทางเลือกอื่นๆเพิ่มเติม จากกลุ่มประเทศย่านอาเซียน, ตะวันออกกลางและประเทศจีน
กรุงเทพมหานคร การันตีรางวัลเกี่ยวกับท่องเที่ยวมามามามากมายจากทั่วโลกที่โหวตให้ เมื่อต้นปีที่ผ่าน กรุงเทพมหานครเมืองหลวงของไทย ได้รับการโหวตจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 16,000 คน ให้ได้รับรางวัล World’s Best City หรือเมืองที่น่าท่องเที่ยวที่สุดในโลก ประจำปี 2553
อันดับ 2 เมือง นิวยอร์ก New York City ประเทศ สหรัฐอเมริกา United States of America
จำนวนนักท่องเที่ยวปี 2009 ประมาณ 10,786,100 คน)
อันดับ 1 เมือง ลอนดอน London ประเทศ สหราชอาณาจักรหรืออังกฤษ United Kingdom Or England
ลอนดอนหนึ่งในเมืองสำคัญของโลก และเป็นเมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป เมืองที่รวมเอามนต์ขลังของบ้านเมืองแบบโบราณ และความทันสมัยแบบโลกยุคใหม่เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัวและมีสีสัน และด้วยความหลากหลายที่ไม่มีที่สิ้นสุดนี่เอง ทำให้ลอนดอนกลายเป็นเมืองในดวงใจของนักท่องเที่ยวหลายต่อหลายคน ชนิดที่ไปเยือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้อย่างไม่มีเบื่อ
ที่มา http://www.unigang.com/Article/4103
เรื่องของผิวเนียนเปล่งปลั่งกับน้ำมะพร้าว
- น้ำมะพร้าว ช่วยสมานแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้นกว่าปกติ รวมทั้งไม่ทิ้งรอยแผลเป็นบนผิวเนียนให้ดูต่างหน้าอีกด้วยนะจ๊ะ
- น้ำมะพร้าว ยังช่วยทำให้ผิวเนียนเปล่งปลั่ง สวย สดใส เพราะแร่ธาตุที่อยู่ในน้ำมะพร้าว จะเป็นตัวสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน ทำให้ผิวเนียนมีความกระชับ ยืดหยุ่น และ ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ค่ะ
- น้ำมะพร้าว ช่วยลดอาการอ่อนเพลีย หลังจากเล่นกีฬา ออกกำลังกาย ท้องเสีย ท้องร่วง หรือร่างกายเสียน้ำมาก ซึ่งจะทำให้ผิวเนียนของเราไม่ขาดความสดใสมากค่ะ
- น้ำมะพร้าวเป็นอาหารบริสุทธิ์ เป็นเครื่องประทินผิวเนียนให้สวยสดใสยิ่งขึ้น และเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงเส้นเอ็น ใช้ในการรักษาโรคต่างๆ อย่างเช่น โรคกระดูก ท้องร่วง อาเจียน และขับพยาธิ เป็นต้นคะ
ชักชวนกันดื่มน้ำมะพร้าวทุกวัน เพื่อสุขภาพที่ดี และผิวเนียนสวย สดใสมากขึ้นนะจ๊ะ
Tips:
น้ำมะพร้าว นับเป็นเครื่องดื่มเกลือแร่จากธรรมชาติ เพราะอุดมไปด้วยแร่ธาตุหลายอย่าง ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและผิวเนียน สวย สดใสนะค่ะ
- การดื่มน้ำมะพร้าวทุกวัน จะช่วยชะลออาการอัลไซเมอร์- น้ำมะพร้าว ช่วยสมานแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้นกว่าปกติ รวมทั้งไม่ทิ้งรอยแผลเป็นบนผิวเนียนให้ดูต่างหน้าอีกด้วยนะจ๊ะ
- น้ำมะพร้าว ยังช่วยทำให้ผิวเนียนเปล่งปลั่ง สวย สดใส เพราะแร่ธาตุที่อยู่ในน้ำมะพร้าว จะเป็นตัวสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน ทำให้ผิวเนียนมีความกระชับ ยืดหยุ่น และ ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ค่ะ
- น้ำมะพร้าว ช่วยลดอาการอ่อนเพลีย หลังจากเล่นกีฬา ออกกำลังกาย ท้องเสีย ท้องร่วง หรือร่างกายเสียน้ำมาก ซึ่งจะทำให้ผิวเนียนของเราไม่ขาดความสดใสมากค่ะ
- น้ำมะพร้าวเป็นอาหารบริสุทธิ์ เป็นเครื่องประทินผิวเนียนให้สวยสดใสยิ่งขึ้น และเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงเส้นเอ็น ใช้ในการรักษาโรคต่างๆ อย่างเช่น โรคกระดูก ท้องร่วง อาเจียน และขับพยาธิ เป็นต้นคะ
ชักชวนกันดื่มน้ำมะพร้าวทุกวัน เพื่อสุขภาพที่ดี และผิวเนียนสวย สดใสมากขึ้นนะจ๊ะ
Tips:
- น้ำมะพร้าว ช่วยลดอาการเมาหลังการดื่มแอลกอฮอล์ได้นะจ๊ะ
- เมื่อเปิดลูกมะพร้าว ควรดื่มน้ำมะพร้าวทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานนะค่ะ เพราะคุณค่าของผลไม้ที่จะได้รับจะลดลงเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไปนับจากเราตัดหรือหั่นผลไม้ชนิดๆนั้นๆ
- ทุกเพศ ทุกวัย สามารถดื่มน้ำมะพร้าวได้ทุกวันนะค่ะ เพราะเป็นเครื่องดื่มจากธรรมชาติ ไม่เป็นอันตรายใดๆเหมือนน้ำอัดลม น้ำหวาน เป็นต้น แต่ไม่เหมาะสำหรับคนเป็นโรคไตและเบาหวานนะค่ะ เพราะมะพร้าวมีความหวาน
ถึงแม้ ผิวหนัง รอบดวงตา จะเป็นส่วนที่บอบบางที่สุดในร่างกาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณจะต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อซื้อครีม
วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
สีอัญมณีประจำเดือนเกิด
สีอัญมณีประจำเดือนเกิด.สีอัญมณีประจำเดือนเกิด
ร้านพลอย จันท์เคยได้นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับสีอัญมณีประจำวันเกิดไปแล้ว ครบทั้งเจ็ดวัน วันนี้ ร้านพลอยจันท์ขอนำเสนอบทความเกี่ยวกับสีอัญมณีประจำเดือนเกิดกันบ้างค่ะ เพื่อผู้อ่านจะได้เลือกอัญมณี หรือพลอยชนิดต่างๆ ได้ถูกต้องตรงกับเดือนเกิดของตนเอง เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลกับชีวิตของแต่ละคนค่ะ
ราศี มังกร (22 ธ.ค.-21 ม.ค.) อัญมณีที่ควรใช้คือ โกเมน ซึ่งโกเมนให้ความเป็นสิริมงคลในเรื่องของ ความมั่นคง ความมั่งคั่ง สุขกาย สุขใจ
ราศีกุมภ์ (22 ม.ค.-21 ก.พ.) อัญมณีที่ควรใช้คือ พลอยอเมทิส ซึ่งมีสีม่วงเข้มหรือม่วงอ่อน ให้ความสงบสุข มั่นคงในชีวิตครองเรือน
ราศีมีน (22 ก.พ.-21 มี.ค.) อัญมณีที่ควรใช้คือ อะความารีน ซึ่งมีสีฟ้าน้ำทะเล สีฟ้าเข้ม ทำให้มีเกียรติยศ มีความมานะพยายาม
ราศีเมษ (22 มี.ค.-21 เม.ย.) อัญมณีที่ควรใช้คือ เพชร เพทายขาว ทำให้มีความสุขกาย สุขใจ มีความปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง
ราศี พฤษ (22 เม.ย.-21 พ.ค.) อัญมณีที่ควรใช้คือ พลอยเขียวส่อง มรกต ซึ่งมีสีเขียวใส หรือเขียวอมเหลือง เป็นสิริมงคลในเรื่องของความรัก ความสมหวัง
ราศีเมถุน (22 พ.ค.-21 มิ.ย.) อัญมณีที่ควรใช้คือ ไข่มุก ซึ่งมีสีขาวเหลือบรุ้งหรือขาวนวล ทำให้มีสุขภาพดี มีความมั่นคงในความคิด
ราศีกรกฎ (22 มิ.ย.-21 ก.ค.) อัญมณีที่ควรใช้คือ พลอยทับทิม ซึ่งมีสีแดงเข้ม สีเลือดนก เป็นอัญมณีที่ทำให้ปลอดภัย มีปฏิภาณ ไหวพริบ
ราศีสิงห์ (22 ก.ค.-21 ส.ค.) อัญมณีที่ควรใช้คือ เพอริโด ให้ความรู้สึกอบอุ่นใจ ความซื่อตรง น่าเชื่อถือ
ราศีกันย์ (22 ส.ค.-21 ก.ย.) อัญมณีที่ควรใช้คือ พลอยไพลิน สีน้ำเงินสด เป็นอัญมณีที่สื่อถึงความมีสัมปชัญญะมั่นคง ความเมตตา กรุณา
ราศี ตุลย์ (22 ก.ย.-21 ต.ค.) อัญมณีที่ควรใช้คือ โอปอล สีเหลือบรุ้ง อมเหลือง อมฟ้า โอปอลสัญลักษณ์ของความสมหวัง สมปรารถนา ความเจริญรุ่งเรือง
ราศีพิจิก ((22 ต.ค.-21 พ.ย.) อัญมณีที่ควรใช้คือ พลอยบุษราคัม ซิทริน สีเหลือง พลอยแห่งมิตรภาพ และความซื่อสัตย์
ราศีธนู (22 พ.ย.-21 ธ.ค.) อัญมณีที่ควรใช้คือ เพทาย สีฟ้าอ่อน อัญมณีที่สื่อในเรื่องของความก้าวหน้า
5 ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับโรคสิว
>>++5 ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับโรคสิว ++<<.
...
สิว...สิ่งเล็กๆ ที่สร้างผลกระทบได้มากกว่าที่คุณคิด
นาย แพทย์ประวิตร พิศาลบุตร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังกล่าวว่า "เนื่องจากโรคสิวเป็นโรคที่พบบ่อยและก่อความกังวลให้แก่ผู้ป่วย ผู้ป่วยมักมีความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับโรคสิว ทำให้การรักษาไม่ได้ผล
ความเชื่อที่ผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคสิว มีดังนี้
1. เชื่อว่าฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเป็นสาเหตุของสิว จึงล้างหน้าฟอกสบู่บ่อยๆ ความเชื่อนี้ทำให้ผู้เป็นสิวล้างหน้าบ่อยเกินไป และใช้สบู่ที่แรงหรือสบู่ยา ทำให้หน้าอักเสบ ระคายเคือง และสิวกำเริบขึ้น
2. เชื่อว่ากินช็อกโกแลตแล้วทำให้สิวขึ้น ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าอาหารพวกช็อกโกแลต มันฝรั่ง ถั่วทอด พิซซ่า อาหารมันๆ น้ำอัดลม หรือไอศกรีม กระตุ้นให้สิวเกิดขึ้น
อาหารพวก ไอศกรีมและนมไม่ทำให้สิวกำเริบ ยกเว้นกรณีผู้ที่เป็นสิวอักเสบและรักษาโดยกินยากลุ่มเตตราไซคลีน ไม่ควรดื่มนมภายในเวลา 1 ชั่วโมงครึ่งก่อน หรือ 2 ชั่วโมงหลังกินยา เพราะแคลเซียมในนมขัดขวางการดูดซึมของยา
3. เชื่อว่าสิวเป็นแค่เรื่องความงาม ไม่ได้เป็นโรคผิวหนัง ก็เป็นความเชื่อที่ผิด เพราะสิวที่รุนแรงหากปล่อยให้หายเองจะทิ้งแผลเป็นอย่างมาก มีงานวิจัยชี้ว่าแผลเป็นเหล่านี้ส่งผลเสียทางจิตใจอย่างชัดเจน พบว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคสิวเรื้อรัง ร้อยละ 44 เกิดความกังวล และร้อยละ 18 มีอารมณ์ซึมเศร้า
4. เชื่อว่าแสงแดดทำให้สิวดีขึ้น แสงแดดอาจทำให้ดูเหมือนว่าสิวดีขึ้น เพราะแสงแดดทำให้ผิวไหม้แดงและผิวคล้ำลง ช่วยบดบังรอยแดงรอยดำจากสิวอักเสบ แต่แท้จริงแล้วนอกจากแสงแดดเป็นอันตรายต่อผิวหนังแล้ว แสงแดดยังทำให้ผิวระคายเคืองและสิวกำเริบ
5. เชื่อว่าการรักษาสิวนั้นยิ่งใช้ยาแรงยิ่งได้ผลดี วัยรุ่นที่เป็นสิวเชื่อว่าการรักษาสิวนั้นยิ่งใช้ยาแรงยิ่งได้ผลดี ที่จริงแล้วถ้ายาความเข้มข้นต่ำได้ผลดีก็ไม่จำเป็นต้องใช้ยาแรงขึ้น นอกจากจะเสียเงินมากขึ้นโดยไม่จำเป็นแล้ว ยังอาจเกิดผลแทรกซ้อน เช่น การระคายเคืองมากขึ้น
ทั้งนี้ การรักษาสิวที่ถูกต้องนั้น ผู้ป่วยควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์และเภสัชกรอย่างเคร่งครัด ไม่ควรไปหลงเชื่อคำโฆษณาเกินจริงของผลิตภัณฑ์ที่ถูกผลิตออกมาเพื่อผลในทาง การค้า
ขอบคุณ Teenee.com
นาย แพทย์ประวิตร พิศาลบุตร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังกล่าวว่า "เนื่องจากโรคสิวเป็นโรคที่พบบ่อยและก่อความกังวลให้แก่ผู้ป่วย ผู้ป่วยมักมีความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับโรคสิว ทำให้การรักษาไม่ได้ผล
ความเชื่อที่ผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคสิว มีดังนี้
1. เชื่อว่าฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเป็นสาเหตุของสิว จึงล้างหน้าฟอกสบู่บ่อยๆ ความเชื่อนี้ทำให้ผู้เป็นสิวล้างหน้าบ่อยเกินไป และใช้สบู่ที่แรงหรือสบู่ยา ทำให้หน้าอักเสบ ระคายเคือง และสิวกำเริบขึ้น
2. เชื่อว่ากินช็อกโกแลตแล้วทำให้สิวขึ้น ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าอาหารพวกช็อกโกแลต มันฝรั่ง ถั่วทอด พิซซ่า อาหารมันๆ น้ำอัดลม หรือไอศกรีม กระตุ้นให้สิวเกิดขึ้น
อาหารพวก ไอศกรีมและนมไม่ทำให้สิวกำเริบ ยกเว้นกรณีผู้ที่เป็นสิวอักเสบและรักษาโดยกินยากลุ่มเตตราไซคลีน ไม่ควรดื่มนมภายในเวลา 1 ชั่วโมงครึ่งก่อน หรือ 2 ชั่วโมงหลังกินยา เพราะแคลเซียมในนมขัดขวางการดูดซึมของยา
3. เชื่อว่าสิวเป็นแค่เรื่องความงาม ไม่ได้เป็นโรคผิวหนัง ก็เป็นความเชื่อที่ผิด เพราะสิวที่รุนแรงหากปล่อยให้หายเองจะทิ้งแผลเป็นอย่างมาก มีงานวิจัยชี้ว่าแผลเป็นเหล่านี้ส่งผลเสียทางจิตใจอย่างชัดเจน พบว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคสิวเรื้อรัง ร้อยละ 44 เกิดความกังวล และร้อยละ 18 มีอารมณ์ซึมเศร้า
4. เชื่อว่าแสงแดดทำให้สิวดีขึ้น แสงแดดอาจทำให้ดูเหมือนว่าสิวดีขึ้น เพราะแสงแดดทำให้ผิวไหม้แดงและผิวคล้ำลง ช่วยบดบังรอยแดงรอยดำจากสิวอักเสบ แต่แท้จริงแล้วนอกจากแสงแดดเป็นอันตรายต่อผิวหนังแล้ว แสงแดดยังทำให้ผิวระคายเคืองและสิวกำเริบ
5. เชื่อว่าการรักษาสิวนั้นยิ่งใช้ยาแรงยิ่งได้ผลดี วัยรุ่นที่เป็นสิวเชื่อว่าการรักษาสิวนั้นยิ่งใช้ยาแรงยิ่งได้ผลดี ที่จริงแล้วถ้ายาความเข้มข้นต่ำได้ผลดีก็ไม่จำเป็นต้องใช้ยาแรงขึ้น นอกจากจะเสียเงินมากขึ้นโดยไม่จำเป็นแล้ว ยังอาจเกิดผลแทรกซ้อน เช่น การระคายเคืองมากขึ้น
ทั้งนี้ การรักษาสิวที่ถูกต้องนั้น ผู้ป่วยควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์และเภสัชกรอย่างเคร่งครัด ไม่ควรไปหลงเชื่อคำโฆษณาเกินจริงของผลิตภัณฑ์ที่ถูกผลิตออกมาเพื่อผลในทาง การค้า
ขอบคุณ Teenee.com
ขอบคุณข้อมูลจาก : หมอชาวบ้าน
http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2321205
http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2321205
ใคร อะไร ใน กรุ๊ปเลือด O A B AB
กรุ๊ปเลือด O A B AB ..
ที่สุดของแต่ละกรุ๊ปเลือด
- บุคคลที่คิดชั่วร้ายมากที่สุดคือคนกรุ๊ป B
- บุคคลที่ทำการชั่วร้ายมากที่สุดคือคนกรุ๊ป AB
- บุคคลที่มีคารมร้ายมากที่สุดคือคนกรุ๊ป A
- บุคคลที่โมโหได้น่ากลัวที่สุดคือคนกรุ๊ป O
นิสัยที่เหมือนกันของแต่ละกรุ๊ปเลือด
- คนกรุ๊ป A กับคนกรุ๊ป B "คู่หูกระตือรือร้น" คนกรุ๊ป O กับคนกรุ๊ป AB "คู่หูเฉื่อยชา"
- คนกรุ๊ป B กับคนกรุ๊ป AB คิดอะไรอยู่ก็มักจะพูดออกมา สโลแกน "ขวานผ่าซาก"
- คนกรุ๊ป A กับคนกรุ๊ป O เมื่อได้อยู่ท่ามกลางเพื่อนๆ จะพยายามสร้างบรรยากาศให้สนุก คึกคัก แต่มักล้มเหลว
- คนกรุ๊ป B กับคนกรุ๊ป O มักจะทำสิ่งเครียดๆ ให้เป็นเรื่องสนุก สิ่งสำคัญที่สุดคืออารมณ์ของพวกเรา ต้องบันเทิงไว้ก่อน
- คนกรุ๊ป A กับคนกรุ๊ป AB ภายนอกติ๋ม(?) ภายในมั่นใจ เฉลียวฉลาด กัดเจ็บ คารมร้าย
- คนกรุ๊ป O กับคนกรุ๊ป AB แคร์สายตาคนนอก ไม่แคร์สายตาคนใกล้ตัว
- คนกรุ๊ป A กับคนกรุ๊ป B แคร์สายตาคนใกล้ตัว ไม่แคร์สายตาคนนอก
เมื่อเปรียบกรุ๊ปต่างๆกับตัวการ์ตูน
- ถ้าเปรียบคนกรุ๊ป A เป็นตัวการ์ตูน ก็เหมือน "โดราเอมอน" เพราะเข้าใจความรู้สึกคนอื่นเป็นอย่างดี แถมยังมีความอดทนสูง
- ถ้าเปรียบคนกรุ๊ป B เป็นตัวการ์ตูน ก็เหมือน "สพันจ์บ็อบ" ไม่ว่าจะเจอเรื่องเลวร้ายแค่ไหนก็ยังคงอารมณ์ดี แล้วยังขี้แยอีกด้วย
- ถ้าเปรียบคนกรุ๊ป O เป็นตัวการ์ตูน ก็เหมือน "โนบิตะ" เพราะเป็นคนอ่อนไหว ขี้อิจฉา แล้วยังทะลึ่งบางเวลา ชอบดูชิซูกะอาบน้ำ
- ถ้าเปรียบคนกรุ๊ป AB เป็นตัวการ์ตูน ก็เหมือน "โคนัน" ถึงตัวจะเป็นเด็ก แต่สมองเป็นผู้ใหญ่ แล้วยังชอบจับผิด พูดอะไรก็ถูกหมด
สิ่งที่กรุ๊ปเลือดต่างๆอยากได้จากคนรักมากที่สุด
- สิ่งที่คนกรุ๊ป AB อยากได้จากคนรักมากที่สุด = ความจริงใจ
- สิ่งที่คนกรุ๊ป A อยากได้จากคนรักมากที่สุด = ความเชื่อใจ
- สิ่งที่คนกรุ๊ป B อยากได้จากคนรักมากที่สุด = การเอาอกเอาใจ
- สิ่งที่คนกรุ๊ป O อยากได้จากคนรักมากที่สุด = ความห่วงใย
สเป็กของผู้หญิงแต่ละกรุ๊ป
- สเป็กของผู้หญิงกรุ๊ป AB : ชอบผู้ชายขี้เล่น เย็นชา เอาแต่ใจ น่ารักแบบเด็กๆ
- สเป็กของผู้หญิงกรุ๊ป O : ชอบผู้ชายสุขุม เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน มีความเป็นผู้นำ
- สเป็กของผู้หญิงกรุ๊ป B : ชอบผู้ชายมาดกวน ขี้เก๊ก ขี้อ้อน และอ่อนไหว
- สเป็กของผู้หญิงกรุ๊ป A : ชอบผู้ชายอบอุ่น เป็นที่พึ่งได้ ไม่เย็นชาและหัวรุนแรง
สเป็กของผู้ชายแต่ละกรุ๊ป
- สเป็กของผู้ชายกรุ๊ป AB : ชอบผู้หญิงอ่อนหวาน อ่อนโยน จิตใจงดงาม เป็นกุลสตรี
- สเป็กของผู้ชายกรุ๊ป O : ชอบผู้หญิงเซ็กซี่ ขี้เล่น คุยเก่ง เอาแต่ใจ
- สเป็กของผู้ชายกรุ๊ป A : ชอบผู้หญิงร่าเริง มั่นใจในตัวเอง มีความเป็นผู้ใหญ่
- สเป็กของผู้ชายกรุ๊ป B : ชอบผู้หญิงหรูหรา เป็นตัวของตัวเอง จริงใจ ไม่เฟค
เรื่องเพื่อนของแต่ละกรุ๊ปเลือด
- คนกรุ๊ป O มีปัญหาด้านการคบเพื่อนมากที่สุด วิธีแก้ปัญหาคือ "เลิกนิสัยหัวรั้น"
- คนกรุ๊ป B เพื่อนสนิทเยอะ จนบางทีเราก็แยกไม่ออกว่าคนไหนจริงใจ คนไหนเสแสร้ง
- คนกรุ๊ป AB ไม่ค่อยแคร์กับเรื่องเพื่อนมากเท่าไร คบได้หมด แต่ไม่เอาคนเสแสร้งนะ เกลียดโคตร !
- คนกรุ๊ป A มีเพื่อนสนิทน้อย แต่ก็มีแต่คนจริงใจ ไม่เสแสร้ง
ความเรียบร้อบของแต่ละกรุ๊ปเลือด
- คนกรุ๊ป AB เรียบร้อยเฉพาะกริยา แต่วาจาไม่เรียบร้อย
- คนกรุ๊ป O จะทำตัวเรียบร้อยเฉพาะเวลาอยู่กับผู้ใหญ่ เวลาอื่น *ขอไม่กล่าว*
- คนกรุ๊ป B เวลาอยู่คนเดียวกลับทำตัวเรียบร้อยซะงั้น(?) แบบว่า..ไม่มีเพื่อนแล้วจะปล่อยตัวตามสบายได้ไง
- คนกรุ๊ป A เวลาอยู่คนเดียวจะทำตัวคล้ายมีเพื่อนอยู่ด้วยเยอะๆ ชิลมาก ปล่อยตัวตามสบายอย่างไม่น่าเชื่อ
ความน่าสนใจของแต่ละกรุ๊ปเลือด
- คนกรุ๊ป A อารมณ์เสียอะไรชอบเก็บไว้ในใจนะ แต่หน้าตามันไปแล้ว
- คนกรุ๊ป B ชอบพาคนอื่นขำ ออกแนวเอ็นเตอร์เทนเนอร์
- คนกรุ๊ป O ควรจะมีความสามารถพิเศษสักอย่าง ถ้าไม่มีจะทำให้หมดความน่าสนใจได้
- คนกรุ๊ป AB ตรงข้ามกับคนกรุ๊ป O ถึงจะไม่มีความสามารถพิเศษอะไรเลย แต่ก็มักเป็นที่สนใจของคนอื่นอยู่เสมอ
การแคร์คำพูดของแต่ละกรุ๊ปเลือด
- คนกรุ๊ป AB ไม่ค่อยจะแคร์คำพูดของใครเท่าไร เพราะคนอื่นจะแคร์คำพูดของคนกรุ๊ปนี้มากกว่า
- คนกรุ๊ป B จะแคร์คำพูดของคนที่ตัวเองรักเท่านั้น นอกนั้นไม่แคร์หรอก
- คนกรุ๊ป O แคร์คำพูดของอื่นมากเหมือนกัน แต่เค้าพูดอะไรก็เชื่อหมด แล้วก็เครียดไปเอง
- คนกรุ๊ป A แคร์คำพูดของอื่นมากนะ แต่มีวิจารณญาณพอสมควร
--- เครดิตLOVEABABO---
--- เครดิตLOVEABABO---
ที่มา : // http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2318615
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)








